ธรรมชาติของความรัก

posted on 02 Jan 2014 14:09 by kwamkidd
ความรักในรูปแบบของคุณเป็นอย่างไร...
ในชีวิตคนเราการเจอความรักในแต่ละครั้งก็จะแตกต่างตามรูปแแบบของมันไป
บางคน..บอกว่าความรักคือการอ่านหนังสือเล่มนึง
บางคน..บอกว่าความรักคือการเขียนหนังสือเล่มหนึ่ง
 
ในระหว่างคน2คนนี้ คุณรู้รึป่าว ว่าความรักสำหรับคุณคืออะไร?
ถ้าเป็นการอ่านหนังสือแล้วละก็..
ทุกครั้งที่เราเริ่มอ่านหนังสือซักเล่ม สิ่งที่เรารู้แน่ๆคือซักวันหนึ่งเราจะอ่านหนังสือเล่มนี้จบ
ซึ่งการจบของหนังสือแต่ละเล่มนั้น มีทั้ง จบดี และ จบไม่ดี ถึงแม้ว่าจะจบ ก็มีการต่อ
ภาค 2 3 4 5 แต่อย่างที่เรารู้กัน หนังสือเล่มที่ 2 3 4 5 มักเป็นอะไรที่ไม่สนุก
ความน่าเบื่อ ความจำเจ จะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วสุดท้ายเราก็อ่านหนังสือเล่มนั้นจนจบจริงๆ
จบแบบไม่สามารถมีภาคต่อ
แต่ถ้าความรักของคุณคือการเขียนหนังสือเล่มหนึ่ง...
หากคน2คนร่วมกันเขียนหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาด้วยกัน โดยไม่รู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไง
หนังสือเล่มนี้จะเขียนเสร็จเมื่อไหร่ เพียงแค่เค้าคิดว่าจะค่อยๆเขียนมันออกมาให้มีความสุขที่สุด
ตั้งใจเขียนที่สุด คุณว่าเรื่องราวของเค้า2คนจะสนุกมากแค่ไหนหละ
ความรัก เป็นสิ่งที่ไม่ตายตัวมันสามารถเป็นแบบไหนก็ได้ที่เราอยากให้เป็น
ความรัก เป็นสิ่งที่ไม่มีใครกำหนดไว้ มีเพียงตัวเราที่เป็นคนกำหนดเอง
ความรัก เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และอยู่รอบตัวเรา
ความรัก เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดทั้งความทุกข์และความสุข
ความรัก หล่อเลี้ยงเรา แต่ไม่ได้เป็นทุกอย่างในชีวิตเรา
ความรัก มันจะดีถ้าเราค่อยๆหล่อหลอมมันอย่างช้าๆด้วยมือเรา
แต่หากเมื่อไหร่ที่คุณเจอความทุกข์ที่เกิดจากความรัก...
ขอให้คุณมั่นใจไว้เลยว่า ความรักของคุณครั้งต่อไปคุณจะไม่เจอความทุกข์นี้อีก
เพราะตามตรรกะของคนเราแล้ว ถ้าหากเราไม่เคยรู้ว่าวิธีหยิบมีดที่ถูกนั้นเป็นอย่างไร
แล้วไปหยิบมีดทางด้านคมจนทำให้มันบาดเราจนเจ็บและเลือดออก
ครั้งต่อไปที่เราจะหยิบ....เราคงไม่หยิบทางเดิมให้เจ็บตัวซ้ำ2ใช่ไหมละ?
มีดก็คือความรักนี้แหละ มีเอาไว้ทำประโยชน์ต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันถ้าหยิบไม่ระวัง
มันก็จะบาดเราจนเจ็บตัวได้ หาวิธีหยิบมีดให้ดีๆ หาวิธีโอบความรักของคุณไว้ให้ดีๆ...
สำหรับคนที่ถูกมีดบาดในปีที่ผ่านมา ขอให้ปีนี้คุณเจอคนที่สอนให้คุณหยิบมีดได้ถูกวิธีและไม่ทำให้คุณต้องเจ็บตัวอีกนะคะ.....happy new year 2014 คะWink

edit @ 2 Jan 2014 14:09:57 by มุมมอง

edit @ 2 Jan 2014 14:11:44 by มุมมอง

ต้อนรับเพื่อนใหม่

posted on 29 Dec 2013 10:16 by kwamkidd
การเริ่มต้นเรียนรู้ชีวิตจริงๆคงเริ่มจากการสอบเข้ามหาลัยเพราะมันคือการเปลี่ยนชีวิตให้เป็นไปในอีกรูปแบบหนึ่ง เปลี่ยนเพื่อน เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนแบบการเรียน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้เรารู้ว่าเรามีภูมิต้านทานกับโลกภายนอกมากแค่ไหน เราสามารถแยกออกระหว่างสิ่งที่ดีกับสิ่งที่ไม่ดีที่เข้ามายั่วยุเราได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตอบการเริ่มต้นทุกอย่างในมหาลัยคืออีกหนึ่งความทรงจำดีๆของชีวิต ฉันเชื่อว่าทุกคนที่กำลังเข้ามหาลัยกำลังได้เจอกับการเปลี่ยนแปลง และหลายๆคนที่เลยการเปลี่ยนแปลงนั้นมาแล้วก็ยังคงมีความทรงจำในรั่วมหาลัยที่ดีเก็บไว้เสมอ
การที่จะเริ่มรู้จักใครซักคน เราคงต้องมองว่าเค้าคนนั้นเป็นผ้าสีเทา เราไม่มีทางเห็นสีที่แท้จริงของเค้าได้ตั้งแต่แวบแรกที่เจอหรือคุยเราต้องมีความคิดที่อยู่กลางๆ เค้าอาจจะเป็นสีเทาที่ออนเพราะมีส่วนผสมของสีขาวเยอะ หรืออาจเป็นส่วนที่ดำเพราะเค้ามีสีดำเป็นส่วนผสมของสีดำเยอะ การที่เรามองเค้าเป็นสีเทาไว้ก่อนไม่ได้แปลว่าเราไปตัดสินเค้าว่าเป็นยังไง แต่เราแค่สร้างสิ่งป้องกันไว้ให้กับตัวเราก่อนขณะที่เรากำลังเรียนรู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง และสีที่แท้จริงของเค้าเป็นยังไง การรู้จักเลือกคบคนคือก้าวแรกของทางแยกว่าจะไปทางด้านไหน.....อย่างฉันตอนนี้ฉันกำลังทำใจกว้างๆเปิดรับทุกคนที่ฉันกำลังจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่กับเค้าอีก4ปีข้างหน้า กำลังเรียนรู้เค้าไปอย่างช้าๆและระวัง

ปัญหาของมนุษย์

posted on 27 Dec 2013 21:05 by kwamkidd
สวัสดีค่ะ นี้เป็นครั้งแรกที่จะลองเขียนไดอารี่ความคิดของตัวเองลงบนโลกออนไลน์หลังจากที่เคยเขียนลงสมุดที่ตัวเองเท่านั้นที่จะกลับมาอ่านได้อีกรอบ จนทำให้รู้สึกว่าบางครั้งการที่ตัวเองกลับมานั่งอ่านเองมีประโยชน์น้อยกว่าการนำมาเผยแพร่ให้คนอื่นได้ลองศึกษาอีกหนึ่งมุมมอง คนเรามีความคิดและมุมมองของตัวเองและมักจะนำมันมาเป็นหลักในการตัดสินใจทำอะไรในชีวิตประจำวัน จนเราไม่สามารถที่จะเห็นจุดบอดของความคิดเหล่านั้นได้เลย ถ้าไม่มีบางสิ่งมาสะกิดเรา บางสิ่งนั้นอาจจะเป็นคำพูดของคนอื่นที่พูดถึงความคิดของเค้าที่มีความแตกต่างกับเราแต่ทำให้เราต้องสะดุ้งกับสิ่งที่เค้าพูดและกลับมาทบทวนความคิดตัวเองอีกครั้ง การที่เราแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เรามีมุมมองความคิดที่มากขึ้นและกว้างขึ้น งั้น..ขอเริ่มแลกเปลี่ยนมุมมองนับแต่นี้เลยค่ะ
ฉันเป็นคนที่หลายๆคนบอกว่าเข้าใจคนอื่น แก้ปัญหาให้คนอื่นเก่ง มองคนออก มีความคิดที่ดี จนหลายๆครั้งที่เพื่อนๆให้ความไว้ใจมาเล่าสิ่งต่างๆให้ฟัง ทั้งปัญหาครอบครัว ปัญหาเรื่องความรัก ปัญหาเรื่องเรียนต่างๆ ทุกครั้งฉันมักมีคำพูดที่สวยงามปลอบและให้กำลังใจเพื่อนเสมอ รวมทั้งแนวทางวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ถ้าถามกันจริงๆว่าทำไมฉันถึงเข้าใจทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์ปัญหาต่างๆได้ อาจจะเป็นเพราะทุกครั้งที่ใครเล่าปัญหาอะไรให้ฟังฉันจะคิดว่าฉันคือเค้า แล้วถ้าตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในสถารการณ์เหล่านั้นจริงๆ ฉันจะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นยังไงให้มันจบแบบมีคนบาดเจ็บน้อยที่สุด แต่ปีที่ผ่านมานี้ฉันมีปัญหามากมายในชีวิต ปัญหาที่ฉันไม่สามารถแม้แต่จะเอ่ยปากเล่าให้ใครฟังได้มันเป็นความรู้สึกที่ว่าเล่าไปก็คงไม่มีใครช่วยเราได้ เราต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ปัญหาแรกคือปัญหากับเพื่อน ฉันเคยเป็นคนที่ไม่ดี ชอบโกหก อาจจะเป็นเพราะแสงสีต่างๆ สิ่งต่างๆที่ทำให้ฉันอยากได้อยากมี แต่จริงๆแล้วไม่มีพอคนรอบตัวมีก็อยากจะมีบ้างโดยการบอกคนอื่นไปว่ามี หรือเรียนสั้นๆว่าโกหกนั้นเอง ต้องบอกก่อนนะค่ะว่าตอนนี้ฉันอายุ 18 ซึ่งการกระทำดังกล่าวที่ฉันทำคงเป็นเพราะความเป็นเด็ก แต่ฉันไม่คิดแบบนั้น ฉันไม่โทษความเป็นเด็กหรอกค่ะ เพราะคนเราไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็เลือกที่จะทำได้ แต่ฉันก็ไม่แน่ใจตัวเองว่าทำไมตอนนั้นถึงเลือกทีจะทำแบบนั้นไป การกระทำของฉันแบบนั้นมันหายไปสักพักหลังจากที่ฉันเริ่มโตและมีความคิดมากขึ้น แต่ฉันก็ไม่นึกว่ามันจะเป็นที่จดจำของทุกคน ก็อย่างว่าแหละคะคนเราหนีความผิดไม่พ้น เพื่อนทุกคนเปิดใจกับฉันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น เพื่อนเล่าถึงเหตการณ์ต่างๆที่ฉันเคยโกหก บางเหตการณ์ทำให้ฉันตกใจ เพราะมันคือความจริง แต่ทุกคนเอารวมกันไปหมด ต่อให้ฉันอธิบายอะไรไปก็ไม่มีความน่าเชื่อถือพอ ทุกอย่างตอนนั้นแย่มากแต่เพื่อนทุกคนของฉันก็ดีมากๆคะให้โอกาสฉันได้แก้ตัวแต่มีแค่บางคนที่ฉันรู้สึกไม่เหมือนเดิมเพราะบางคนยังเหน็บแนมฉันเรื่องเก่าๆจนทำให้ฉันรู้ว่่ามันเป็นความผิดพลาดของชีวิตมากๆถึงแม้ว่าทุกวันนี้เพื่อนหลายๆคนก็ทำตัวเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเชื่อใจฉันว่าฉันจะไม่ทำมันอีกฉันก็ยังอดกลัวความคิดที่มีต่อฉันของเพื่อนไม่ได้ แต่ฉันคงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ มีแต่ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดและอย่างกลับไปทำในสิ่งที่มันไม่ดีอีก การโกหกก็คือการหลอกลวงทั้งหลอกคนข้างๆและตัวเอง การโกหกไม่เคยทำให้ใครมีความสุขแม้กระทั่งตัวผู้โกหกเอง การโกหกอาจจะทำให้เราเสียในสิ่งที่เรามองไม่เห็นไปโดยไม่รู้ตัว แต่ฉันว่าทุกคนต้องเคยทำผิด บางคนทำผิดถึงขนาดติดคุกก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ฉันเองก็ต้องทำได้ และทุกคนก็ต้องทำได้เหมือนกัน ความผิดมีได้แต่ไม่ใช่มีบ่อย ควรเรียนรู้สิ่งที่ได้รับจากการทำผิดแล้วนำมาปรับปรุงให้เป็นสิ่งที่ดีขึ้นนะคะ ฉันขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆคนที่กำลังมีความผิดและทุกๆคนที่กำลังปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ฉันเป็นอีกคนคะที่อยู่ในสถานะเดียวกับคุณ อย่าท้อนะคะ